** ท่านสามารถ download บทความนี้ได้ หากนำไปใช้กรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาให้ถูกต้องด้วย จักเป็นพระคุณยิ่ง
พิมพ์บทความ .pdf
สึนามิ : การตายและบาดแผลจากพื้นที่
พิมลพรรณ อิศรภักดี 1
         เหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิเข้าถล่มพื้นที่ 6 จังหวัดชายฝั่งอันดามันเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ผ่านพ้นไปเป็นเวลากว่าปีครึ่งแล้วก็ตาม แต่ความเสียหายที่เกิดแก่ชีวิตและทรัพย์สินของผู้คน ยังคงไม่ลบเลือนไปจากความทรงจำของหลายๆ คน ทั้งที่ประสบด้วยตนเอง และที่รับรู้จากข่าวสารผ่านสื่อต่างๆ ในหลายประเทศทั่วโลก ที่สำคัญผู้ประสบภัยในหลายพื้นที่ยังถูกเคราะห์ซ้ำกรรมซัดตามมาอีกหลายระลอก ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นมาอีกในวันที่ 28 มีนาคม 2548 หรือแผ่นดินยุบตัวที่พบในจังหวัดระนองเป็นแนวยาวราว 1 กิโลเมตร และจังหวัดชายฝั่งอื่น ๆ รวมถึงข่าวลือ คำทำนายของโหร ก็ทำให้ประชาชนใน 6 จังหวัดภาคใต้ยังแตกตื่นหนีภัยทุกครั้งที่มีการเกิดแผ่นดินไหวในประเทศใกล้เคียง นอกจากนี้ ยังมีปัญหาความช่วยเหลือที่ไม่ตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างแท้จริง ในหลายพื้นที่ผู้ประสบภัยต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นอยู่และการดำเนินชีวิต รวมทั้งมีปัญหาขัดแย้งในเรื่องการทำมาหากินและสิทธิในที่ดิน ปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องและทันเวลา อาจเป็นเสมือนการสะสมความร้อนของภูเขาไฟที่อาจปะทุขึ้นมาเมื่อใดก็ได้

ความสูญเสีย
        โศกนาฏกรรมที่เกิดจากแผ่นดินไหว ณ เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ขนาดความรุนแรง 9.0 ริกเตอร์ ต้นเหตุของคลื่นยักษ์สูง 30 เมตร ที่ประเทศอินโดนีเซีย และ 5 เมตร ที่ประเทศไทย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 228,600 คน และมีผู้สูญหายกว่า 40,000 คน ใน 13 ประเทศ (ตาราง 1)

ตาราง 1 แสดงจำนวนผู้เสียชีวิต และผู้สูญหาย

จำนวนผู้เสียชีวิตและสูญหาย
ประเทศ
ผู้เสียชีวิต
สูญหาย
อินโดนีเซีย
173,981
6,245
ศรีลังกา
38,195
23,000+
อินเดีย
10,744
5,669
ไทย *
5,395
2,817
โซมาเลีย
150+
-
พม่า
59
7,000
มัลดีฟ
82
26
มาเลเซีย
68-74
-
แทนซาเีนีย
10
-
ซีเชลล์
1-3/10
-
บังคลาเทศ
2
-
เคนยา
1
-
อัฟริกาใต้
2
-
รวม
228,705+
44,757+

ที่มา : http://www.phukettsunami.com/thai/index.html สำหรับข้อมูลประเทศไทยได้ปรับให้ตรงกับข้อมูล
จากรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ วันที่ 5 ก.ย. 2548

        เมื่อมองย้อนไปดูความสูญเสียของประเทศไทยอันเนื่องมาจากคลื่นยักษ์ “สึนามิ” ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงาน ณ วันที่ 5 กันยายน 2548 (ยังไม่รวมข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องจากการพิสูจน์ในภายหลัง) พบว่าความเสียหายเกิดขึ้นใน 6 จังหวัดด้านทะเลอันดามัน ได้แก่ กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง และสตูล จำนวน 25 อำเภอ/กิ่งอำเภอ 94 ตำบล 404 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับความเสียหาย 12,815 ครัวเรือน รวม 58,550 คน ประมาณค่าความสูญเสียหลายแสนล้านบาท
        ยอดรวมตัวเลขผู้เสียชีวิตในประเทศไทยมีจำนวน 5,395 คน แยกเป็นผู้เสียชีวิตชาวไทยจำนวน 2,059 คน เป็นชาวต่างชาติ 2,436 คน ยังมีอีก 900 คนที่ระบุสัญชาติไม่ได้ ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บมีจำนวนทั้งสิ้น 8,457 คน แยกเป็นคนไทย 6,065 คน ชาวต่างชาติ 2,392 คน อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้สูญหายจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิทั้งสิ้น 2,817 คน แยกเป็นคนไทย 1,921 คน ชาวต่างชาติ 896 คน หากรวมยอดผู้เสียชีวิตกับยอดผู้สูญหาย สรุปได้ว่าน่าจะมีผู้เสียชีวิตรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 8,000 คน และข้อมูล ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2548 มีศพประมาณร้อยละ 85 ได้กลับไปสู่ครอบครัว ส่วนที่เหลือรอการพิสูจน์บุคคลอีก 805 ราย คิดเป็นร้อยละ 15 ของจำนวนผู้เสียชีวิต (พงศ์รัตน์ ศรีบัณฑิตมงคล 2548)
        จังหวัดที่มีประสบภัยรุนแรงที่สุดคือ จังหวัดพังงา ครอบคลุม 66 หมู่บ้าน 18 ตำบล ใน 6 อำเภอ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวน 19,509 คน 4,394 ครอบครัว โดยอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เป็นพื้นที่ที่ประสบเหตุมากที่สุด มีผู้เสียชีวิตเฉพาะพื้นที่นี้จำนวน 4,225 คน และบาดเจ็บ 5,597 คน ผู้เสียชีวิตที่เป็นผู้มีถิ่นฐานในอำเภอตะกั่วป่ามีจำนวน 562 คน และสูญหาย 492 คน (สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา 2548)

ตาราง 2 จำนวนผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และสูญหายจากภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อ 26 ธันวาคม 2547 ใน 6 จังหวัด

จังหวัด
คนไทย
ต่างชาติ
เสียชีวิตไม่สามารถ
ระบุสัญชาติได้
เสียชีวิต
บาดเจ็บ
สูญหาย
เสียชีวิต
บาดเจ็บ
สูญหาย
พังงา
1,389
4,344
1,428
2,114
1,253
305
722
กระบี่
357
808
329
203
568
240
161
ภูเก็ต
151
591
256
111
520
364
17
ระนอง
153
215
9
6
31
0
0
ตรัง
3
92
1
2
20
0
0
สตูล
6
15
0
0
0
0
0
รวม
2,059
6.065
2,023
2,436
2,023
909
900

หมายเหตุ : ข้อมูลกรณีรับแจ้งสูญหายได้ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้น ณ วันที 5 กันยายน 2548 โดยตัดรายชื่อแจ้งซ้ำซ้อน
และกลับภูมิลำเนาเดิม / บาดเจ็บ / เสียชีวิต / พบตัว
ที่มา: ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศผู้ประสบภัยฯ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย

ผู้เสียชีวิตจากเหตุสึนามิเป็นเพศใดและมีอายุเท่าใด
        แม้มีการรายงานยอดจำนวนผู้เสียชีวิตชาวไทยว่ามีมากถึง 2,059 ราย แต่ข้อมูลที่สามารถนำมาวิเคราะห์ถึงลักษณะทางประชากรของผู้เสียชีวิตชาวไทยได้คือ ข้อมูลจากมรณบัตร โดยกลุ่มข้อมูลข่าวสารสุขภาพ สำนักนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุขรวบรวมได้เพียง 1,233 ราย พบว่าผู้เสียชีวิตเป็นเพศชาย 557 คน และเพศหญิง 676 คน หรือร้อยละ 45.2 และ 54.8 ตามลำดับ คิดเป็นอัตราส่วนเพศ (จำนวนเพศชาย : เพศหญิง 100 คน) เท่ากับ 82 และยังพบว่าในเกือบทุกกลุ่มอายุ เพศหญิงตายมากกว่าเพศชาย
        ข้อมูลจากมรณบัตรพบว่าในกลุ่มผู้เสียชีวิตครั้งนี้ เป็นประชากรในวัยแรงงาน (15-59 ปี) หลายร้อยคน เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เกือบร้อยละ 10 และเกือบ 1 ใน 4 ของผู้เสียชีวิตเป็นวัยหนุ่มสาว อายุ 20-29 ปี ที่จะเป็นกำลังแรงงานที่สำคัญของประเทศ แพทย์หญิงศรีเวียง ไพโรจน์กุล กุมารแพทย์ กล่าวว่าการที่ผู้หญิงและเด็กเสียชีวิตจากเหตุการณ์คลื่นสึนามิถล่มมาก เป็นเพราะความสามารถทางร่างกายและการตัดสินใจต่ำ (ผู้จัดการออนไลน์ 5 พฤษภาคม 2548)

ตาราง 3 การกระจายร้อยละ จำนวนและอัตราส่วนเพศของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ
จำแนกตามกลุ่มอายุและเพศ

กลุ่มอายุ
ชาย*
หญิง
อัตราส่วนเพศ
ชาย : หญิง 100 คน
ร้อยละ
จำนวน
ร้อยละ
จำนวน
0-4
9.2
51
9.8
66
77
5-9
5.8
32
5.0
34
94
10-14
2.3
13
2.4
16
81
15-19
5.8
32
4.7
32
100
20-24
10.6
59
14.1
95
62
25-29
11.7
65
12.6
85
76
30-34
9.2
51
8.0
54
94
35-39
8.8
49
10.5
71
69
40-44
8.8
49
8.6
58
85
45-49
7.7
43
6.8
46
93
50-54
6.8
38
4.6
31
123
55-59
3.6
20
3.1
21
95
60-64
2.7
15
3.4
23
65
65-69
3.4
19
2.2
15
127
70+
3.5
20
4.3
29
69
รวม
100.0
556
100.0
676
82

ที่มา : กลุ่มข้อมูลข่าวสารสุขภาพ สำนักนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข
        * เพศชายไม่ทราบอายุ 1 ราย

ผู้เสียชีวิตชาวไทยมาจากที่ไหนบ้าง
        ผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์สึนามิ ไม่เพียงเฉพาะประชาชนใน 6 จังหวัดภาคใต้เท่านั้น แต่ยังมีประชาชนและครอบครัวในภูมิภาคอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบสูญเสียบุคคลในครอบครัว จากการวิเคราะห์ข้อมูลในมรณบัตรโดยจำแนกผู้เสียชีวิตตามภูมิลำเนาเดิมแล้วพบว่า ผู้เสียชีวิตจำนวนมากมีภูมิลำเนาเดิมอยู่ในจังหวัดอื่นๆ เช่น กรุงเทพมหานคร ซึ่งอาจเป็นนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนบริเวณเขาหลัก จังหวัดพังงา เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ และหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต (ดูตาราง 4) นอกจากนี้ยังพบว่ามาจากจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นผลจากการย้ายถิ่นของแรงงานไปสู่แหล่งท่องเที่ยวและแหล่งจ้างงานสำคัญ ทั้งในด้านการก่อสร้างและธุรกิจบริการ และพบว่ามาจากจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ บุรีรัมย์ นครราชสีมา นครพนม อุดรธานี และผู้เสียชีวิตที่มีภูมิลำเนาเดิมที่จังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ที่มีจำนวนมากคือ นครศรีธรรมราช

ตาราง 4 จำนวนผู้เสียชีวิตที่มีภูมิลำเนาเดิมในจังหวัดประสบภัยและผู้เสียชีวิตที่มาจากจังหวัดอื่น
จำแนกตามจังหวัดประสบภัยและเพศ

จังหวัด
ประสบภัย
ผู้เสียชีวิตที่มีภูมลำเนา
เดิมในจังหวัดประสบภัย
ผู้เสียชีวิตภูมิลำเนา
เดิมในจังหวัดอื่น
ชาย
หญิง
ชาย
หญิง
พังงา
225
281
112
115
กระบี่
39
41
38
39
ภูเก็ต
48
75
23
31
ระนอง
57
70
7
12
สตูล
2
4
0
0
ตรัง
6
8
0
0
รวม
377
479
180
197
        เมื่อเปรียบเทียบโครงสร้างทางอายุของผู้เสียชีวิตที่มีภูมิลำเนาเดิมในและนอกพื้นที่ประสบภัย พบว่ามีความแตกต่างกันคือ กว่าร้อยละ 85 ของผู้เสียชีวิตที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดอื่นๆ ที่ไม่ใช่ 6 จังหวัดประสบภัย อยู่ในช่วงวัยแรงงาน อายุ 15-59 ปี ในขณะที่ผู้มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ในที่ประสบภัยมีสัดส่วนของผู้ที่เสียชีวิตอยู่ในวัยทำงานไม่ถึงร้อยละ 70 แต่มีสัดส่วนของผู้เสียชีวิตวัยเด็ก (0-14 ปี) ถึงร้อยละ 20 และวัยชรา (60 ปี ขึ้นไป) ร้อยละ 11 (ตาราง 5)

ตาราง 5 การกระจายร้อยละของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ
จำแนกตาม กลุ่มอายุ ภูมิลำเนาเดิม และเพศ*

กลุ่มอายุ
ภูมิลำเนาเดิมในจังหวัด
ประสบภัย 6 จังหวัด
ภูมิลำเนาเดิมนอก
จังหวัดประสบภัย 6 จังหวัด
ชาย
หญิง
ชาย
หญิง
0-4
10.6
11.7
6.1
5.1
5-9
8.0
5.8
1.1
3.0
10-14
3.2
2.9
0.6
1.0
15-19
4.8
3.5
7.8
7.6
20-24
9.3
12.7
13.4
17.3
25-29
9.3
11.3
16.8
15.7
30-34
9.3
7.3
8.9
9.6
35-39
7.4
10.6
11.7
10.2
40-44
8.0
6.5
10.6
13.7
45-49
7.7
6.9
7.8
6.6
50-54
7.2
5.0
6.1
3.6
55-59
4.0
4.0
2.8
1.0
60-64
2.9
3.8
2.2
2.5
65-69
4.2
2.7
1.7
1.0
70+
4.2
5.3
2.3
2.0
รวม
100.0
100.0
100.0

100.0

จำนวน
377
479
179
197

* เพศชายไม่ทราบอายุ 1 ราย

บาดแผลจากพื้นที่
        หลังเหตุการณ์ หน่วยงานต่างๆ ได้เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งด้านสุขภาพกาย การฟื้นฟูสภาพจิตใจ และความเป็นอยู่ พร้อมๆ กับความพยายามฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของ 6 จังหวัดให้กลับคืนสู่สภาพเดิม เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์ถล่ม มีผู้บาดเจ็บที่เสียชีวิตหลังเกิดเหตุเพียง 5 ราย จากโรคปอดอักเสบ 2 ราย ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด 1 ราย ผู้ป่วยเบาหวานและเกิดอุจจาระร่วง 1 ราย และเด็กอุจจาระร่วง 1 ราย ผลจากการเฝ้าระวังยังไม่พบผู้ป่วยด้วยโรคร้ายแรง หรือโรคที่จะระบาดในวงกว้าง เช่น ท้องร่วงรุนแรงเฉียบพลัน บาดแผลติดเชื้อ หรือโรคที่มีแหล่งกำเนิดจากแหล่งน้ำ เช่น มาลาเรีย ไข้เลือดออก อย่างที่เกรงว่าจะเกิดขึ้น ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยส่วนใหญ่มีเพียงอาการอ่อนเพลีย ท้องเสีย เป็นไข้บ้าง เล็กๆ น้อยๆ ไม่รุนแรงมากนัก (สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค 2548)
สุขภาพจิต : บาดแผลที่ยังต้องการเยียวยา
        ผลกระทบทางสุขภาพที่อาจจะเป็นปัญหามากกว่าโรคระบาดก็คือ สภาพจิตใจของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ได้แก่ ผู้ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก สูญเสียทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย ไม่ได้รับความยุติธรรมจากการได้รับความช่วยเหลือที่ไม่เท่าเทียม และกลุ่มที่ไม่ได้ประสบภัยโดยตรง ได้แก่ ญาติ ผู้ใกล้ชิดของผู้เสียชีวิตหรือสูญหาย รวมทั้งกลุ่มผู้ให้ความช่วยเหลือ ที่อ่อนล้าและมีความขัดแย้ง
        จากการประเมินปัญหาสุขภาพจิตผู้ประสบภัยในช่วง 8 สัปดาห์หลังเหตุการณ์สึนามิร่วมกันระหว่างศูนย์ความร่วมมือด้านเอดส์ประเทศไทยและกรมสุขภาพจิต พบว่า ผู้ประสบภัยจังหวัดพังงามีปัญหาความเครียดรุนแรงภายหลังเกิดเหตุวิกฤต (Post Traumatic Stress Disorder :PTSD) ในสัดส่วนที่สูงที่สุด โดยผู้ที่อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงประมาณร้อยละ 12 และผู้ที่อาศัยในชุมชน ร้อยละ 7 มีอาการ PTSD ส่วนผู้ที่อยู่ในชุมชนจังหวัดกระบี่และภูเก็ต พบเพียงร้อยละ 3 สำหรับปัญหาซึมเศร้าพบว่าเกิดขึ้นกับผู้ประสบภัยที่อาศัยในศูนย์พักพิง และผู้ที่อาศัยในชุมชนจังหวัดพังงา ร้อยละ 30 และร้อยละ 20 ตามลำดับ ในขณะที่ผู้ที่อยู่ในชุมชนจังหวัดกระบี่และภูเก็ต มีอาการซึมเศร้า ร้อยละ 10 (van Griensven et al., 2006) ส่วนกลุ่มผู้ประสบภัยที่เป็นเด็ก พบปัญหาความเครียดรุนแรงภายหลังเกิดเหตุวิกฤต หรือ PTSD ของเด็กในจังหวัดพังงา ร้อยละ 13 เด็กในจังหวัดภูเก็ตและกระบี่ ร้อยละ 8 ส่วนภาวะซึมเศร้า พบร้อยละ 10 และ ร้อยละ 7 ตามลำดับ (Thienkrua et al. 2006)
        เมื่อมีการสำรวจปัญหาสุขภาพจิตในพื้นที่ 6 จังหวัดที่ประสบภัย 9 เดือนหลังเกิดเหตุการณ์ พบว่า ผู้ประสบภัยมีอาการทางจิตสูงถึง 9,131 ราย ป่วยทางจิตขั้นรุนแรง 362 ราย ปัญหาสุขภาพจิตที่พบมากที่สุดคือ ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะซึมเศร้าพบถึงร้อยละ 29 รองลงมาเป็นโรคพีทีเอสดี (PTSD) หรือความผิดปกติทางจิตใจภายหลังเกิดเหตุวิกฤต พบร้อยละ 23 ผู้คิดฆ่าตัวตายมีร้อยละ 9 ติดสารเสพติดเพื่อดับความทุกข์ใจร้อยละ 6 และอีกร้อยละ 3 มีความเศร้าโศกอย่างมาก ร้องไห้บ่อยๆ นอนไม่หลับ โหยหาบุคคลที่เสียชีวิต และไม่ต้องการเห็นสิ่งที่ย้ำเตือนให้คิดถึงผู้ตาย ซึ่งผู้ประสบภัยจะคงยังเห็นภาพติดตา ตื่นกลัวเวลาที่ได้ยินหรือเห็นสิ่งที่เตือนให้ระลึกถึงเหตุการณ์ นอนไม่หลับ ฝันร้าย บางครั้งระแวดระวังสะดุ้งผวา ใจสั่น อึดอัดไม่สบายใจ โดยเฉพาะได้ยินข่าวแผ่นดินไหว ส่วนใหญ่พบในผู้หญิงมากกว่าชายประมาณ 2 เท่าตัว ทั้งนี้เนื่องจากสภาพจิตใจของผู้หญิงมีความอ่อนไหวกว่าผู้ชาย (http://www.bangkokbiznews.com/2005/09/06/)
        จากข้อมูลการช่วยเหลือและฟื้นฟูทางจิตใจแก่ผู้ประสบภัยธรณีพิบัติของกรมสุขภาพจิต ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2547-4 ม.ค. 2549 พบว่า มีผู้ประสบเหตุการณ์สึนามิใน 6 จังหวัดภาคใต้เข้ารับปรึกษาและบำบัดจำนวน 18,402 ราย เป็นการบำบัดด้วยยาทางจิต รับคำปรึกษาแนะนำ และตรวจสุขภาพ โดยผู้ป่วยบางรายเข้ารับบริการมากกว่า 1 อย่าง และอาจมากกว่า 1 ครั้ง หากพิจารณารายจังหวัดแล้ว จังหวัดพังงาซึ่งประสบภัยมากที่สุด มีผู้เข้ารับการปรึกษาและบำบัดมากเป็นอันดับหนึ่ง คือประมาณครึ่งหนึ่งของผู้เข้าการรับบริการรวมทุกจังหวัด รองลงมาคือจังหวัดกระบี่ ภูเก็ต ระนอง สตูล และตรัง (ดูตาราง 6)

ตาราง 6 จำนวนผู้รับบริการและครั้งของการรับบริการช่วยเหลือและฟื้นฟูทางจิตใจ
จำแนกตามชนิดของการรับบริการและจังหวัด 26 ธันวาคม 2547 - 4 มกราคม 2549

จังหวัด
จำนวนผู้รับบริการ
(ราย)
ชนิดของการให้บริการ (ครั้ง)
บำบัดด้วยยา
ทางจิต
การให้คำปรึกษา
แนะนำ
ตรวจสุขภาพ
พังงา
9,336
2,931
9,354
2,821
กระบี่
3,664
839
3,799
1,114
ภูเก็ต
2,600
634
2,669
833
ระนอง
1,484
178
1,364
316
สตูล
704
273
226
458
ตรัง
614
6
594
156
รวม
18,402
4,861
18,006
5,698

หมายเหตุ: ผู้ป่วย 1 รายรับบริการมากกว่า 1 อย่าง และอาจมากกว่า 1 ครั้ง
ที่มา : หน่วยบริการสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข http://www.dmh.go.th/dmhmcc/dmh_tsunami

        อย่างไรก็ตาม หลังจากเหตุการณ์ผ่านไป 1 ปี แม้ผู้ที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจ จะได้รับการบำบัดจนเริ่มมีอาการดีขึ้น ปัญหาทางจิตใจได้คลี่คลายลงบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีผู้ประสบภัยอีกหลายคนที่ยังต้องได้รับการดูแลฟื้นฟูจิตใจอย่างต่อเนื่อง เพราะจากข้อมูลของกรมสุขภาพจิตพบว่า ยังมีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากจิตใจอีกประมาณ 10% ที่ยังมีภาวะเครียดอยู่ ส่วนคนที่ยังมีความวิตกกังวลคิดเป็นอัตราส่วน 1 ต่อ 4 และคนที่อยู่ในภาวะซึมเศร้าคิดเป็นอัตราส่วน 1 ต่อ 7 และคนที่มีภาวะเครียดรุนแรง (พีทีเอสดี) คิดเป็น 1 ต่อ 20 (เดลินิวส์ 22 ธันวาคม 2548)

ภาวะเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย
        นอกเหนือจากความโศกเศร้าเสียใจที่ต้องสูญเสียคนรัก คนในครอบครัวไปแล้ว ผู้ประสบภัยหลายคนมีอาการซึมเศร้า เครียด คิดถึงแต่เรื่องเก่าๆ เกี่ยวกับคลื่นยักษ์ เกิดอาการภาพหลอน ขวัญผวา บางคนกลัวถึงขั้นที่ไม่กล้ามองทะเล และจะเกิดอาการผวาทุกครั้งที่ได้ยินเสียงคลื่น บางคนคิดอยากฆ่าตัวตาย แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตจะกังวลว่าเหยื่อจากคลื่นยักษ์สึนามิมีปัจจัยเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสูง เพราะหลังเกิดเหตุการณ์ในช่วง 2-3 เดือนแรก มีหลายหน่วยงานเข้าช่วยเหลือให้กำลังใจ แต่ในระยะนี้การเยี่ยมเยียนให้กำลังใจลดน้อยลงไป ประกอบกับการช่วยเหลือของราชการล่าช้าไปบ้าง จึงทำให้ผู้ประสบภัยคิดว่าตัวเองต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว อนาคตไม่แน่นอน จึงเกิดความเครียดและคิดฆ่าตัวตาย
        อย่างไรก็ตาม รายงานอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายของเหยื่อสึนามิหลัง เกิดขึ้นเพียง 1 รายเท่านั้น เป็นชายหนุ่มอายุเพียง 18 ปี อาศัยอยู่ที่บ้านน้ำเค็ม ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเสียหายรุนแรงมาก โดยสันนิษฐานว่าเด็กหนุ่มผู้นี้มีความเครียดจากการที่สูญเสียมารดาและน้องสาววัย 6 ขวบในเหตุการณ์สึนามิ และในขณะนั้นยังไม่พบศพของมารดา รวมทั้งบิดายังมีปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินกับบริษัทเอกชน

 

ภัยต่อเนื่องเหตุสึนามิหนุ่มวัย 18 ปี เกิดอาการเครียดจัดเสียแม่กับน้องสาวไปกับคลื่นทะเล คลั่งตัดสินใจผูกคอตายกับต้นสน จุดที่คลื่นยักษ์โถมใส่ ริมหาดบางหม้อ บ้านน้ำเค็ม พ่อผู้ตายเผ หลังเกิดเหตุร้าย ลูกชายไม่เป็นอันกินอันนอน ซึมเศร้า ถามคำตอบคำ กระทั่งมาด่วนจากไป เชื่อสาเหตุมาจากคลื่นสึนามิกลืนชีวิตแม่กับน้องสาว แม้เวลาผ่านไปหลายเดือนแต่ก็ยังลืมไม่ลง

(เดลินิวส์ 21 พฤษภาคม 2548)

        นอกจากนี้ มีรายงานว่าผู้ประสบภัยมีพฤติกรรมที่เรียกว่า “ฆ่าตัวตายทางอ้อม” โดยหันไปใช้สารเสพติด และของมึนเมา เช่น สุรา เข้ามาแก้ไขภาวะวิตกกังวลของตัวเอง ซึ่งเชื่อว่าปัญหาทางด้านสุขภาพจิตจะยิ่งบานปลาย เพราะนอกจากกลุ่มคนเหล่านี้ขาดความเชื่อมั่นแล้ว ยังต้องเจอปัญหารุมเร้าอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต เช่น ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคต และการช่วยเหลือของภาครัฐที่อาจไม่ทั่วถึง หรือไม่เป็นไปตามความคาดหวังทั้งในเรื่องบ้านพักและอาชีพ ปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือผู้ประสบภัยบางคนไม่รู้ว่าตัวเองมีปัญหาทางสุขภาพจิต หรือบางคนแม้จะทราบว่าตัวเองมีปัญหา แต่ก็ไม่ยอมมาพบแพทย์เพื่อปรึกษา ทำให้เกิดความยากลำบากในการติดตามและรักษา
        แพทย์หญิงเบญจพร ปัญญายง ผู้อำนวยการศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพจิต จ.พังงา กล่าวว่า “จากการเก็บข้อมูลด้วยการสอบถามพบว่าผู้ประสบภัยไม่กล้ายอมรับว่าติดสุราเพิ่มมากขึ้น แต่จากการลงเยี่ยมในพื้นที่พักอาศัยทั้งในบริเวณบ้านพักถาวรที่สร้างขึ้นใหม่ และบ้านพักชั่วคราวตามศูนย์พักพิงต่างๆ หรือในบริเวณร้านค้าใกล้เคียง พบว่าในช่วงเย็นมีการจับกลุ่มดื่มสุราเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับผู้ดื่มมีภาวะซึมเศร้ามากขึ้น เนื่องจากในรายที่สูญเสียครอบครัวและทรัพย์สินไป ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร บางรายมีความคิดที่ว่าถ้าจะตายก็ไม่เสียดาย ซึ่งเป็นสิ่งที่นำไปสู่การฆ่าตัวตายในอนาคตได้ อย่างไรก็ตาม การดื่มสุราก็มีนัยสำคัญว่าเป็นการทำร้ายร่างกาย ไม่รักตัวเอง และฆ่าตัวตายทางอ้อม” (ข่าวสด 5 กรกฎาคม พ.ศ.2548)

เด็กกำพร้า : ผลกระทบจากคลื่นยักษ์สึนามิ
        ในกลุ่มเด็กที่ยังไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้อย่างเต็มที่ ต้องพลัดพรากจากผู้ปกครอง ญาติ บิดา มารดา ต้องกลายมาเป็นเด็กกำพร้า จากการสำรวจข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการ (ข้อมูล ณ วันที่ 11 กันยายน 2548 ) พบว่า มีเด็กกำพร้าและสูญเสียผู้ปกครองทั้งสิ้นจำนวน 1,671 ราย โดยจังหวัดพังงามีจำนวนเด็กกำพร้ามากที่สุด 747 ราย รองลงมาจังหวัดภูเก็ต 175 ราย กระบี่ 127 ราย และระนอง 97 ราย นอกจากนี้ยังมีจังหวัดอื่นๆ กระจายไปทุกภาคทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 58 จังหวัด
        มีเด็กจำนวนกว่า 500 คน ที่อาศัยในจังหวัดอื่นๆ โดยเฉพาะจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย เนื่องจากการย้ายถิ่นของผู้ปกครองเข้ามาทำงานในภาคใต้ ทำให้นักเรียนหลายร้อยคนต้องสูญเสียบิดามารดาหรือบุคคลที่รับผิดชอบครอบครัวไป ซึ่งประสบปัญหาขาดรายได้มาจุนเจือครอบครัว โดยเฉพาะจังหวัดบุรีรัมย์มีเด็กกำพร้าจากเหตุการณ์นี้ 31 คน เพราะมีแรงงานเดินทางไปทำงานที่ภาคใต้ ประมาณ 1,000 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพช่างก่อสร้างและกรรมกร สำหรับจังหวัดอื่นๆ ในภาคอิสาน ที่มีจำนวนเด็กกำพร้าได้รับผลกระทบมากรองลงมา ได้แก่ จังหวัดหนองคาย นครพนม อุดรธานี หนองบัวลำภู และในภาคใต้เองก็มีจังหวัดอื่นๆ ที่มีเด็กได้รับผลกระทบจำนวนมาก ได้แก่ นครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี ซึ่งพบว่ามีเด็กกำพร้าอันเนื่องมาจากคลื่นยักษ์สึนามิจำนวน 70 และ 24 คนตามลำดับ

ตาราง 7 จำนวนเด็กกำพร้าที่สูญเสียบิดา มารดา ผู้ปกครอง 10 จังหวัดแรก

ลำดับ
จังหวัด
รวม
บิดา
เสียชีวิต
มารดา
เสียชีวิต
ผู้ปกครอง
เสียชีวิต
บิดา/มารดา
เสียชีิวิต
บิดา/มารดา/
ผู้ปกครอง
เสียชีวิต
1
พังงา
747
202
347
111
54
33
2
ภูเก็ต
175
75
68
17
11
4
3
กระบี่
127
70
40
7
5
5
4
ระนอง
97
44
27
8
13
5
5
กรุงเทพฯ
83
31
35
4
10
3
6
นครศรีธรรมราช
70
31
26
5
5
3
7
ตรัง
39
18
16
4
1
0
8
บุรีรัมย์
31
12
13
3
2
1
9
หนองคาย
26
4
17
0
5
0
10
สุราษฎร์ธานี
24
8
13
3
0
0
จังหวัดอื่นๆ
252
88
103
16
39
6
รวม
1,671
583
705
178
145
60

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศฯ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ http://www.mis12.moe.go.th/tsunami/

        นับจนถึงปัจจุบันถึงแม้เหตุการณ์จะผ่านมาหลายเดือน เด็กและเยาวชนจำนวนมากก็ยังไม่ลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังคงมีอาการซึมเหม่อเมื่ออยู่ตามลำพัง ดังคำบอกเล่าของเด็กหญิงจากบ้านน้ำเค็ม ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ซึ่งต้องสูญเสียบิดามารดาที่รักไปในเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ
        “หนูไหว้พระภาวนาขอให้เจอศพแม่ หนูเคยฝันว่าแม่มาหา เรียกชื่อหนูแล้วหนูก็ตื่นขึ้นมา หนูอยากให้แม่มาหาอีก ก่อนนอนหนูจะคิดถึงแม่ เพราะเคยนอนกับแม่ทุกคืน แม่ไม่ได้อยู่กับเรา ก็ไม่มีคนดูแลเอาใจใส่เราเหมือนเดิม”
        หนูยังทำใจไม่ได้ ผ่านมา 6 เดือนแล้ว หนูยังจำเหตุการณ์ติดตา หนูฝันว่าพ่อกับแม่มากอดหนูแม่บอกว่าสบายดี แล้วเขาก็หายไป (ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ อ้างในเอกสารประกอบการประชุมเวทีสาธารณะการฟื้นฟูชีวิตชุมชนหลังภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ 25-26 กันยายน 2548)
        อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมของผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเด็กนั้น อาจไม่รุนแรงและยืดเยื้อมากนัก ดังที่ผู้แทนองค์การยูนิเซฟเปิดเผย งานวิจัย “นานาทรรศนะของเด็กที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับชีวิตและความช่วยเหลือในการบรรเทาภัยพิบัติจากสึนามิ” โดยสอบถามตัวอย่างวัย 8-17 ปี จำนวน 1,633 คน ใน 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย (ภูเก็ตและพังงา) อินโดนีเซีย ศรีลังกา และอินเดีย ซึ่งในส่วนประเทศไทย เด็กกว่า 1,400 คน ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า ในขณะที่อีกกว่า 50,000 คน สูญเสียครูอันเป็นที่รัก หรือโรงเรียนได้รับความเสียหาย เด็กเกือบทุกคนในพื้นที่แถบอันดามันที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิ รู้สึกเศร้าใจ เพราะสูญเสียครอบครัว เพื่อน ที่อยู่อาศัย และรายได้ของครอบครัว แต่ถึงแม้จะยังโศกเศร้ากับความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ทั้งทางร่างกายและจิตใจ แต่เด็กในประเทศไทยยังมองโลกในแง่ดี และมีความหวังมากที่สุดเกี่ยวกับอนาคต เด็กเกือบ 3 ใน 4 ของจำนวนทั้งหมด 400 คน ที่ร่วมตอบคำถามของการวิจัยในประเทศไทย บอกว่า พวกเขารู้สึกมีความสุขในช่วงเวลาว่าง เกือบครึ่งหนึ่งบอกว่าพวกเขารู้สึกพอใจ และเด็กส่วนมาก (ร้อยละ 83) บอกว่าพวกเขาหวังว่าอนาคตจะดีขึ้น (ผู้จัดการออนไลน์ 22 ธันวาคม 2548)

ส่งท้าย
        เหตุการณ์สึนามิ แม้ผ่านไปกว่าปีครึ่ง การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยยังแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ปัญหาหลายๆ ประการยังไม่ได้รับการแก้ไข มีปัญหาอุปสรรคต่างรูปแบบ หลายพื้นที่กำลังฟื้นฟูชุมชนและชีวิต มีหลายหน่วยงานองค์กรเข้าไปสนับสนุน ความทุกข์ของผู้ประสบภัยหลายคนยังไม่จางหายแม้จะมีที่อยู่อาศัย หลายคนต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำมาหากิน การปรับตัวสู่ชุมชนใหม่ นอกจากนี้แล้วปัญหาครอบครัว ผู้หญิงถูกทุบตีทำร้ายจากสามี เนื่องจากความเครียดจากภาวะยากลำบากในการทำงานและปัญหาสังคม ปัญหาเหล่านี้คงต้องได้รับการช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง ใช่ว่าจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการใช้เพียง “เงิน” หรือ “ยา” เพื่อบำบัดเท่านั้น และที่สำคัญขออย่าให้เขาเหล่านั้นถูก”ลืม”ให้เผชิญกับปัญหาด้วยตนเอง

เอกสารอ้างอิง

พงศ์รัตน์ ศรีบัณฑิตมงคล. 2548. จากวันนั้นถึงวันนี้...ประมวลเหตุการณ์การจัดการศพที่เสียชีวิตในประเทศไทย.
  เอกสารประกอบการประชุมวิชาการครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์สึนามิ โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ จังหวัดภูเก็ต วันที่ 22 ธันวาคม.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา. 2548. รายงานการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และ
  สาธารณสุขแก่ผู้ประสบภัยคลื่นยักษ์สึนามิ. เอกสารอัดสำเนา.
สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค. 2548. รายงานเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจำสัปดาห์. ปีที่ 36
  ฉบับที่ 3 : 28 มกราคม
ไม่ปรากฏชื่อผู้เขียน. 2548. เด็ก..ชีวิต ความหวัง บาดแผลทางใจหลังคลื่นยักษ์สึนามิ. เอกสารประกอบการ
  ประชุมเวทีสาธารณะการฟื้นฟูชีวิตชุมชนหลังภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ : สิ่งท้าทายยุทธศาสตร์และข้อเสนอทางนโยบาย โรงแรมมาริไทม์ปาร์คแอนด์สปารีสอร์ท จังหวัดกระบี่ 25-26 กันยายน.
“สึนามิกลืนชีวิตแม่และเด็กสูงเพราะการตัดสินใจต่ำ” ผู้จัดการออนไลน์ 5 พฤษภาคม 2548
“สึนามิ'ตามหลอน หนุ่มแขวนคอตายตามแม่-น้อง ซึมเศร้าไม่อาจตัดใจ ฆ่าตัวลาโลก” เดลินิวส์ 21 พฤษภาคม 2548
“แฉเหยื่อสึนามิติดเหล้างอม ส่อซึมเศร้า-ฆ่าตัวตาย สธ.ตั้งศูนย์ฟื้นฟูสภาพจิต” ข่าวสด 12 กรกฎาคม พ.ศ.2548
“เผย 1 ปีเหยื่อสึนามิไม่แฮปปี้เงินช่วยเหลือ-เครื่องมือทำกิน” ผู้จัดการออนไลน์ 22 ธันวาคม 2548
http://www.phukettsunami.com/thai/index.html (พิพิธภัณฑ์คลื่นยักษ์สึนามิ จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย)
http://www.mis12.moe.go.th/tsunami (ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศฯ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ)
http://www.dmh.go.th/dmhmcc/dmh_tsunami (หน่วยบริการสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต
  กระทรวงสาธารณสุข)
http://www.disaster.go.th (ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศผู้ประสบภัยฯ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  กระทรวงมหาดไทย)
van Griensven, Frits and others. 2006. Rapid Assessment of Post-Tsunami Mental
  Health Problems among Adults in Southern Thailand.
Thienkrua, Warunee and others. 2006. Tsunami-Related Post-Traumatic Stress
  Disorder and Depression among Children in Southern Thailand.

1 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประจำสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล

** ท่านสามารถ download บทความนี้ได้ หากนำไปใช้กรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาให้ถูกต้องด้วย จักเป็นพระคุณยิ่ง
พิมพ์บทความ .pdf